ฝ่ายแรงงาน ประจำ สอท. ณ กรุงเบอร์ลิน : บริษัท Siemens มีแผนจะลดพนักงานประมาณ 6,900 คน

 

 

ข่าวแรงงาน ลำดับที่ 7 /2561
 

บริษัท Siemens มีแผนจะลดพนักงานประมาณ 6,900 คน
 

 

สหภาพแรงงานได้มีปฏิกริยาในทางลบต่อแผนการปลดพนักงานที่ฝ่ายบริหารของบริษัท Siemens ตั้งเป้า เพื่อลดค่าใช้จ่าย และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงาน

จากการหารือเป็นการภายในกับพนักงาน บริษัท Siemens สาขาเมืองมิวนิก ได้ประกาศว่าบริษัทมีแผนที่จะลดพนักงานลงจำนวน 6,900 คนทั่วโลก โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างขนาดใหญ่ในแผนกพลังงาน ซึ่งประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนพนักงานที่ลดลงจะอยู่ในเยอรมนี โดยบริษัทวางแผนที่จะปิดโรงงานในเมือง Görlitz และเมือง Leipzig และขายโรงงานในเมือง Erfurt

 “อุตสาหกรรมพลังงาน ขณะนี้ประสบภาวะอันตรายที่มีขนาดและความเร็วที่ไม่คาดคิดมาก่อน” นาย Lisa David หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการบริหารกล่าว และเพิ่มเติมว่า พลังงานทดแทน (renewable energy) ทำให้พลังงงานในรูปแบบอื่นๆ ประสบภาวะกดดัน

บริษัท Siemens กล่าวว่า ความต้องการพลังงงานจาก gas turbines ขนาดใหญ่ (ซึ่งสร้างพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่า 100 เมกะวัตต์) ของโลกนั้นลดลงอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะลดลงเหลือประมาณ 110 turbines ต่อปี ในทางตรงกันข้ามสมรรถนะของอุตสาหกรรมด้านเทคนิคของผู้ผลิตทั่วโลกมีอยู่ประมาณ 400 turbines    นาย Joe Kaeser ผู้บริหาร Siemens ได้กล่าวเตือนว่า “การลดจำนวนพนักงานนั้นเจ็บปวด” แต่เป็นสิ่งจำเป็น และบริษัทจะพยายามลดผลกระทบโดยการให้พนักงงานไปทำงานในตำแหน่งอื่น หรือเข้ารับการฝึกอบรมใหม

รูปแบบธุรกิจดั้งเดิมของ Siemens ที่ให้เทคโนโลยีและบริการสำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้าได้เปลี่ยนไปมากในยุคของพลังงานทดแทน ต้นทุนของพลังงานแสงอาทิตย์ (solar) และลม (wind) ได้ลดลงอย่างรวดเร็วจนมีราคาถูกกว่าพลังงาน fossil ส่งผลให้ตลาดพลังงานgas turbines ของบริษัทแคบลง ทำให้บริษัทต้องลดต้นทุนลง

 แม้ว่า Siemens มีแผนจะลดพนักงานลง แต่เมื่อมองในภาพรวมบริษัทมีการเติบโต 11 เปอร์เซ็นต์ มีผลกำไรสุทธิในปี 2560 เท่ากับ 6.2 พันล้านยูโร ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ตัวแทนพนักงานจะแสดงความไม่พอใจ และประกาศที่จะต่อต้านการปลดพนักงงานออก เมื่อทราบแผนการลดพนักงานลง สหภาพแรงงานบริษัท IG Metal engineering ของเยอรมนีได้กล่าวหาบริษัท Siemens ว่า “ไม่รับผิดชอบ” ที่มีแผนจะปลดพนักงงานในขณะที่บริษัทมีกำไร และไม่มีการหารือกับพนักงงานอย่างใกล้ชิดตามแนวปฏิบัติของเยอรมนีที่ทำมาโดยตลอด

“บริษัท Siemens ควรจะต้องถามตัวเองว่า ต้องการที่จะยังคงอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ต่อไป หรือเพียงแค่ต้องการเอาใจผู้ถือหุ้น” นาย Jurgen Wechsler หัวหน้าสหภาพแรงงานบริษัท IG Metal ในรัฐ Bavaria กล่าว และเพิ่มเติมว่า “การลดพนักงงานเป็นจำนวนมากขนาดนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อบริษัทอยู่ในสถานะที่มีกำไร”

การประท้วงเกิดขึ้นหลังจากที่บริษัท Siemens (ซึ่งประกอบธุรกิจหลายด้าน เช่น รถไฟ wind turbines และอุปกรณ์ทางการแพทย์) ได้ประกาศแผนการลดจำนวนพนักงานลงประมาณ 6,000 คน ในแผนกพลังงงานลม (wind power unit) การลดลงของราคาพลังงานในตลาดใหญ่ๆ เช่น อินเดีย และสหรัฐ ส่งผลต่อ     การปิดแผนกนี้ ในปี 2556 บริษัท ได้ปลดพนักงานจำนวน 15,000 คน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการตัดสินใจยกเลิกการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อหันมาใช้พลังงงานทดแทน ทำให้แผนกนิวเคลียร์ทั้งแผนกถูกยุบ หรือขายทิ้ง ซึ่งรวมถึงแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เครือข่ายการสื่อสาร พลังงานนิวเคลียร์ และพลังงานแสงอาทิตย์

โรงงานใน 3 เมืองที่บริษัท Siemens ประกาศปิด ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เคยเป็นเยอรมันตะวันออก ซึ่งรัฐมนตรีรักษาการกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงาน Brigitte Zypries ได้กล่าวเตือนบริษัท Siemens ว่าการปิดโรงงานในฝั่งตะวันออกจะก่อให้เกิด “ความสงสัยและความไม่พอใจ” ขึ้น ซึ่งสิ่งนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พรรคฝ่ายขวาจัดในเยอรมนี (AfD: Alternative for Germany Party) ได้รับเลือกตั้งและมีที่นั่งในรัฐสภาในการเลือกตั้งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยได้รับคะแนนเสียง 12.6 เปอร์เซ็นต์   
 

 

---------------------------------------------------
 

ฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน
28  ธันวาคม  2560